GOALLIVESCORE-TH.COM

ตัดเกรดทีมชาติไทยหลังเจ๊ามาเลเซียสุดดราม่า 2-2ร่วงศึกซูซูกิคัพ

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 6 ธ.ค. 2561 02:25:07 น. เข้าชม 8 ครั้ง แจ้งลบ

ตัดเกรดทีมชาติไทยหลังเจ๊ามาเลเซียสุดดราม่า 2-2ร่วงศึกซูซูกิคัพ


 

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับเกมการแข่งขันในศึกฟุตบอล "เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018" รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง ผลปรากฏว่าทัพ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย เปิดบ้านเสมอกับทัพ "เสือเหลือง" มาเลเซีย ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน 2-2 ทำให้รวมผล 2 นัด เสมอ 2-2 แต่ไทยต้องตกรอบด้วยกฏประตูทีมเยือน หลังเกมแรกไทย บุกไปเสมอ มาเลเซีย 0-0

    เราไปเช็กฟอร์มของนักเตะตัวจริง 11 คน และสำรอง 3 คน ว่ามีผลงานอย่างไรบ้าง ในเกมนัดนี้ !

    ฉัตรชัย บุตรพรหม : ลูกแรกต้องยอมรับว่ามาเลเซีย ยิงคมจริงๆ ส่วนลูกสองเป็นความผิดพลาดจากกองหลังที่ปล่อยให้คู่แข่งพาบอลเข้ามาถึงในกรอบเขตโทษ วันนี้ไม่ใช่มาเลเซียฝันร้าย แต่เป็นเขาที่ต้องฝันร้ายไปโดยปริยาย คะแนน : 4.5

    เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว : ประตูที่สองทางกัปตันบอล ต้องรับผิดชอบเมื่อปล่อยให้ ''นอร์ชารูล'' โฉบเข้ามาถึงบอลก่อนตัวเอง ก่อนจะซัดประตูตีเสมอให้ มาเลเซีย และเป็นประตูช่วยให้ทัพเสือเหลือง ผงาดเข้ารอบชิลชนะเลิศเสียด้วย คะแนน : 4

    พรรษา เหมวิบูลย์ : แม้จะโหม่งประตูพาทีมขึ้นนำ 2-1 แต่ไม่สามารถช่วยป้องกันสองลูกที่เสียได้ ทว่าโดยรวมข้อผิดพลาดไม่ได้มีอะไรแย่ คะแนน : 5.5

 

    ฟิลิป โรลเลอร์ : ได้โอกาสลงประจำการในตำแหน่งแบ็คขวาแทน มิก้า ชูนวลศรี แต่กลับทำผลงานได้ไม่ดีเหมือนเคย แถมถูกเจาะทางฝั่งขวาที่เขายืนอยู่หลายครั้ง เกมรุกก็ไม่ค่อยที่จะวิ่งเติมสักเท่าไหร่ คะแนน : 4.5

    กรกช วิริยอุดมศิริ : สองประตูที่เกิดขึ้นของมาเลเซีย มาจากฝั่งของเขาทั้งสองลูกเลยก็ว่าได้ ลูกแรกปล่ยให้คู่แข่งได้มีโอกาสซัดไกล และลูกที่สองก็ปล่อยให้ถูกเจาะเข้ามาในกรอบเขตโทษแบบดื้อๆ เรียกได้ว่าไม่ใช่วันของเขาจริงๆ คะแนน : 3.5

    ธนบูรณ์ เกษารัตน์ : เป็นวันที่ผิดฟอร์มเอามากๆสำหรับเจ้าตั้ม ถูกคู่แข่งเจาะตรงกลางอยู่หลายครั้ง รวมถึงไม่ค่อยวิ่งตามคู่ต่อสู้ บทบาทน้อยจนถูกเปลี่ยนตัวออกไปในช่วงเริ่มครึ่งหลัง คะแนน : 3.5

    ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ : เป็นอีกคนที่เล่นได้ไม่ค่อยประทับใจแม้มีส่วนร่วมกับประตูแรกก็ตาม จังหวะจ่ายบอล เปิดบอล ยังขาดๆเกินๆ ทำให้บอลไม่ค่อยไปถึงกองหน้าสักเท่าไหร่ คะแนน : 4

  สรรวัชญ์ เดชมิตร : เจ้าแคมป์มีความขยันคอยวิ่งไล่คู่แข่งตลอด 90 นาทีรวมถึงคอยกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมอยู่ตลอดเวลา แผงกองกลางของไทย เป็นเขาที่เล่นได้โดดเด่นที่สุดในเกมนี้ แม้ผลจะตกรอบก็ตาม คะแนน : 5.5

    มงคล ทศไกร : ได้รับโอกาสกลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง และก็เช่นเคยกับฟอร์มของเขาที่ยังไม่ประทับแฟนบอลเลย ส่วนข้อดีของเขาในเกมนี้มีข้อเดียวจริงๆคือการโหม่ย้อนกลับเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษก่อนจะไปแฉลบกองหลังทำเข้าประตูตัวเองและเป็นประตูแรกให้ไทยขึ้นนำเท่านั้นเอง คะแนน : 3.5 

    ศุภชัย ใจเด็ด : โอกาสในเกมนี้ยังมีไม่มากสำหรับดาวรุ่งหลายนี้ บางจังหวะยังดูยึกๆยักๆ ออกบอลช้า อาจะเป็นเพราะประสบการณ์ของเขาที่ยังต้องฝึกฝนและพัฒนาต่อไป คะแนน : 4

     อดิศักดิ์ ไกรษร : ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้าย เขาเป็นผู้รับหน้าที่สังหารจุดโทษเพื่อส่งให้ไทยเข้าสู่รอบชิงฯ ทว่ายิงข้ามคานไป จนเจ้าตัวทรุดล้มตัวลงกองกับพื้นหลังเสียงนกหวีดยาว เพราะไทยต้องตกรอบตัดเชือกไปอย่างน่าเสียดาย ถือเป็นฝันร้ายอันยากจะลืมเลือนของดาวยิงที่ทำผลงานได้ดีมาตลอดทัวร์นาเมนต์จนครองตำแหน่งดาวซัลโวประจำทีม 8 ประตู ซึ่งล่าสุด "กอล์ฟ" ที่สร้างความสุขให้แฟนๆ มาตลอดได้ออกมาขอโทษแฟนๆ ช้างศึก แล้ว คะแนน : 4

    ปกเกล้า อนันต์ : ถูกส่งมาเล่นแทน ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ตั้งแต่ออกสตาร์ทช่วงครึ่งหลัง แต่ก็ยังทำผลงานได้ไม่ดีพอ แถมเสียใบเหลืองแบบไม่น่าเสียอีกด้วย สำหรับฟอร์มโดยรวมยังไม่โดดเด่นเท่าที่ควร คะแนน : 4

    สุมัญญา ปุริสาย : ถูกส่งมาเล่นแทน มงคล ทศไกร ในนาทีที่ 63 ก่อนจะมาเปิดลูกฟรีคิกไปเข้าหัวของ พรรษา เหมวิบูลย์ คลิกเข้าประตูไปพาทีมชาติไทย ขึ้นนำ 2-1 ทันที จริงๆฟอร์มเขาในปัจจุบันน่าจะต้องถูกส่งลงสนามเป็น 11 ตัวจริงมากกว่า คะแนน : 5

    นูรูล ศรียานเก็ม: ถูกส่งลงมาเล่นแทน ฟิลิป โรลเลอร์ ในนาทีที่ 76 แม้จะดูวูบวาปในตอนแรก แต่ก็ยังไม่สามารถงัดฟอร์มอะไรออกมาได้มาก เพราะมีเวลาอยู่ในสนามไม่ถึง 20 นาทีรวมช่วงทดเจ็บ คะแนน : 3